ข้อมูลดำเนินธุรกิจของบริษัท

ข้อมูลการดำเนินธุรกิจของบริษัท

ประวัติความเป็นมา การเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการที่สำคัญ

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2550 โดยจัดตั้งขึ้นตามนโยบายการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ (“Reorganization”) ของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (“ILINK”) เพื่อต่อยอดจากธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์สายสัญญาณ และอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่ ILINK มีความเชี่ยวชาญ ผสมผสานกับธุรกิจวิศวกรรมที่ได้จากการดำเนินกิจการรับเหมาติดตั้งอุปกรณ์สายสัญญาณให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการด้านการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างออฟฟิศสำนักงานของผู้ใช้งานและรองรับการพัฒนาและเติบโตของระบบโทรคมนาคมของประเทศไทย ซึ่งมีความต้องการระบบเครือข่ายเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลที่มีเสถียรภาพสูงและสามารถรองรับการรับ-ส่งข้อมูลขนาดใหญ่

โดยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ประเภทมีโครงข่ายเป็นของตนเอง จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อทำธุรกิจเป็นผู้ให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูง ซึ่งมีระยะเวลา 15 ปี และเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2555 บริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากการทางรถไฟแห่งประเทศไทยให้มีสิทธิที่จะติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงไปตามเส้นทางรถไฟ เป็นระยะเวลา 30 ปี ซึ่งเป็นเส้นทางที่แตกต่างจากโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่มีอยู่เดิมของผู้ให้บริการรายอื่นๆ โดยภายหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้ว บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Interlink Fiber Optic Network) โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นโครงข่ายภาคเอกชนที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด และเริ่มเปิดดำเนินการให้บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสงภายใต้ชื่อโครงข่าย Interlink Fiber Optic ในเดือนมิถุนายน 2556

โครงข่าย Interlink Fiber Optic ของบริษัทฯ เป็นโครงข่ายซึ่งผสมผสานระหว่างโครงข่ายหลักตามเส้นทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งเส้นทางหลัก เส้นทางสำรองและเส้นทางย่อยตามเส้นทางถนนผ่านเสาไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อเข้าถึงลูกค้า ทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลด้วยโครงข่ายของบริษัทฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ สามารถให้บริการครอบคลุม ตั้งแต่ Interlink MPLS IP-VPN, Interlink Wavelength และ Interlink Dark Fiber ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในกิจการเพื่อการสื่อสารและโทรคมนาคมทุกรูปแบบ โดยสามารถสื่อสารสัญญาณข้อมูล (Data) ภาพ (Video) เสียง (Voice) และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท (Internet) โดยมีทีมวิศวกรดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และตลอด 365 วัน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าบริการของบริษัทฯ สามารถตอบสนองการส่งผ่านข้อมูลและการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยสูงสุด และสามารถตรวจสอบสถานะของโครงข่ายผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถป้องกันหรือแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที จึงทำให้โครงข่าย Interlink Fiber Optic สามารถให้บริการได้ด้วยมาตรฐานและคุณภาพบริการ (Service Level Agreement) ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 99.9% โดยโครงข่ายของบริษัทฯ ยังครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย (ณ วันที่ 30 เมษายน 2559 โครงข่ายของบริษัทฯ ให้บริการครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศ) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. ในการให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไปยังต่างประเทศ เพิ่มเติมเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2557 ส่งผลทำให้บริษัทฯ สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายต่อไปยังพันธมิตรในแถบอาเซียน เช่น ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม พม่าและลาวได้

บริษัทฯ ยังได้ต่อยอดธุรกิจ โดยให้บริการพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์(Data Center) เพื่อนำเอาประโยชน์ของการมีโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั่วประเทศมาเป็นจุดขาย ซึ่งครอบคลุมการให้บริการเช่าพื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์พื้นที่เซิร์ฟเวอร์เสมือน และศูนย์สำรองข้อมูลฉุกเฉิน (Disaster Recovery)แก่องค์กรต่าง ๆ ตามความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันโดยดาต้า เซ็นเตอร์ของบริษัทฯ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นดาต้า เซ็นเตอร์โดยเฉพาะและได้ออกแบบและก่อสร้างตามข้อกำหนดของ Data Center ประเภท TIER 3โดยมีพื้นที่ให้บริการรองรับลูกค้าได้มากถึง 369 Racks และได้มีการร่วมทุนขยายพื้นที่ให้บริการ Data Center ร่วมกับบริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) –AIT และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) –WHA ซึ่งสามารถรองรับลูกค้าได้มากถึง 1,038 Racksโดยทั้งสองศูนย์รับฝากข้อมูล (Data Center) ได้เปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่มีวันหยุด

 
   
พัฒนาการที่สำคัญของบริษัทฯ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
  • ปี 2550
    • ก่อตั้งและจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ภายใต้การถือหุ้น 100% ของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 30 ล้านบาท

    ปี 2555
    • ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แบบที่สาม เลขที่ 3ก/55/001 โดยใบอนุญาตมีระยะเวลาครอบคลุม 15 ปี
    • ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิแห่งทางที่จะติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงไปตลอดแนวเส้นทางรถไฟ เพื่อใช้ในการให้บริการ  เป็นระยะเวลาครอบคลุม 30 ปี
    • เริ่มดำเนินการติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั่วประเทศ  โดยดำเนินการติดตั้งโครงข่ายครอบคลุม 10 จังหวัด โดยเน้นพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง

    ปี 2556
    • ดำเนินการสร้างโครงข่ายครอบคลุม 40 จังหวัดทั่วประเทศโดยเน้นพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ปริมลฑลและจังหวัดที่สำคัญ
    • เปิดให้บริการโครงข่าย Interlink Fiber Optic โดยเน้นการให้บริการด้านคุณภาพ โดยมีบริการตั้งแต่ Interlink MPLS IP-VPN, Interlink Wavelength และ Interlink Dark Fiber โดยมุ่งเน้นลูกค้าในกลุ่มธุรกิจการเงินและธนาคาร, ธุรกิจขนาดใหญ่และลูกค้าองค์กรที่มีสำนักงานอยู่ในพื้นที่ต่างๆ
    • จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและซ่อมบำรุงทั่วประเทศตามจังหวัดที่มีลูกค้าใช้บริการจำนวน 18 สาขา

    ปี 2557
    • ขยายขอบเขตการให้บริการโดยการสร้างจุดเชื่อมต่อโครงข่ายเอาไว้ตามสถานที่สำคัญ เช่น สนามกีฬาและสถานที่จัดการประชุมขนาดใหญ่ สำหรับใช้ในการถ่ายทอดสดเพื่อรองรับ “ดิจิตอลทีวี (Digital TV)” โดยเฉพาะ
    • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 270 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 30 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 270,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายโครงข่ายของบริษัทฯ
    • ซื้ออาคาร Data Center และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และเริ่มดำเนินธุรกิจให้บริการพื้นที่ศูนย์ข้อมูล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)
    • ได้รับการยอมรับคุณภาพของศูนย์รับฝากข้อมูลจากหน่วยงาน ISO ภายใต้ ISO27001 ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำคัญในการประกอบธุรกิจ
    • ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 58 จังหวัดทั่วประเทศไทย และจัดตั้งศูนย์ดูแลและซ่อมบำรุงทั้งสิ้น 24 ศูนย์
    • ได้รับอนุญาตจากสำนักงานกสทช. ในการให้บริการวงจรเช่าส่วนบุคคลระหว่างประเทศ (IPLC) และวงจรเช่าเสมือนส่วนบุคคลระหว่างประเทศ (International IP-VPN)
    • เชื่อมต่อโครงข่ายกับผู้ให้บริการโครงข่ายในต่างประเทศเพื่อที่จะสามารถให้บริการส่งข้อมูลไปยังประเทศต่างๆ เช่น  ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม และฮ่องกง เป็นต้น
    • ได้รับงานติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงสำหรับการไฟฟ้านครหลวงมูลค่าประมาณ 133 ล้านบาท

    ปี 2558
    • ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการดังนี้
    - แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด
    - เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จากหุ้นละ 100 บาท เป็น 1 บาท
    - เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 200 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 300 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 200,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยมีรายละเอียดการจัดสรรดังนี้
    (1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 130,000,000 หุ้น เสนอขายให้แก่ประชาชน
    (2) หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 60,000,000 หุ้น เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นของ ILINK ตามสัดส่วนการถือหุ้นใน ILINK ในราคาเดียวกันกับราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชน
    (3) หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 10,000,000 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ในราคาเดียวกันกับราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชน
    • ได้รับงานสร้างและ/หรือปรับปรุงข่ายสายสัญญาณโทรคมนาคมให้แก่ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด มูลค่าประมาณ 180 ล้านบาท
    • เชื่อมต่อโครงข่ายเพิ่มเติมไปยังประเทศพม่า ที่ชายแดนประเทศไทยทั้ง 2 แห่งคือ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
    • ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 64 จังหวัดทั่วประเทศไทย และจัดตั้งศูนย์ดูแลและซ่อมบำรุงทั้งสิ้น 26 ศูนย์

          • ออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 200 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.20 บาท ในเดือนกันยายน 2559 โดยสามารถระดมทุนได้ทั้งสิ้น 1,040 ล้านบาท
          • จดทะเบียนหุ้นสามัญเพิ่มทุนและชำระแล้วต่อกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 200 ล้านบาท (หุ้นสามัญจำนวน 200 ล้าน หุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559
          • ได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท เจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 2 แห่ง โดยมีสัดส่วนในการถือหุ้นร้อยละ 33.33 เพื่อขยายธุรกิจศูนย์สำรองข้อมูล (Data Center) ซึ่งสามารถรองรับบริการได้มากถึง 624 Racks โดยได้เริ่มก่อสร้างในปี 2559 นี้

          ปี 2559
          • ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศไทย และจัดตั้งศูนย์ดูแลและซ่อมบำรุงทั้งสิ้น 38 ศูนย์
          • เชื่อมต่อโครงข่ายเพิ่มเติมไปยังประเทศลาว ที่ชายแดนประเทศไทยเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า
          • เริ่มดำเนินการให้บริการแก่ลูกค้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
          • ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559 ได้มีมติอนุมัติยืนยันการเพิ่มทุนและอนุมัติการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 200 ล้านหุ้น ดังนี้
          (1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 140,000,000 หุ้น เสนอขายให้แก่ประชาชน
          (2) หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 60,000,000 หุ้น เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นของ ILINK ตามสัดส่วนการถือหุ้นใน ILINK ในราคาเดียวกันกับราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชน

          ปี 2560
          • ศูนย์สำรองข้อมูล (Data Center) แห่งที่ 2 ภายได้บริษัท เจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มให้บริการ
          • ชนะการประกวดราคาและเข้าลงนามในสัญญาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน (Zone C+) กลุ่มที่ 4 ภาคกลาง-ใต้ และกลุ่มที่ 5 (3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา) มูลค่ารวมเป็น 1,868.24 ล้านบาท

          ปี 2561
          • จดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 625 ล้านบาท เพื่อสำรองสำหรับการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 1 (ITEL-W1)
          • ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 (ITEL-W1) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม2561 อายุ 3 ปี เริ่มใช้สิทธิได้หลังจาก (ITEL-W1) อายุครบ 2 ปี อัตราการใช้สิทธิ 1:1 ราคาการใช้สิทธิที่ 5 บาท
          • เปิดให้บริการ Genesis Data Center ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)-ITEL บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) -AIT และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) -WHA จัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทใหม่ซึ่งมีจุดทะเบียนทั้งสิ้น 210.00 ล้านบาท และมีสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ 33.33% และได้ลงทุนก่อสร้างศูนย์รับฝากข้อมูลซึ่งได้การรับรองมาตรฐาน Tier 3 จาก UPTIME Institutional และมีพื้นที่ให้บริการทั้งสิ้นกว่า 1,038 Racks ซึ่งปัจจุบันให้บริการไปแล้วกว่า 30% ของพื้นที่ให้บริการทั้งหมด
          • ชนะการประกวดราคาโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) จำนวน 15,732 หมู่บ้าน หรือ USO 2 สัญญากลุ่มที่ 8 ภาคใต้ มูลค่า 2,460.00 ล้านบาท
          • ชนะการประกวดราคาโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) จำนวน 15,732 หมู่บ้าน หรือ USO 2 สัญญากลุ่มที่ 6 ภาคกลาง 1 ร่วมกับ บริษัท สกาย ไอซีที จํากัด (มหาชน) -SKY มูลค่า 2,196.00 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของบริษัทฯ 51% หรือคิดเป็น 1,119.96 ล้านบาท
          • ชนะการประกวดราคาโครงการ จ้างระบบสื่อสารรองรับงาน DMS ของการไฟฟ้านครหลวง มูลค่างานทั้งสิ้น 414.36 บาท โดยเป็นส่วนของบริษัทฯ 66.67% หรือคิดเป็น 276.40 ล้านบาท


     

    Image Gallery

     

    Contact US

    บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)
    48 อาคารอินเตอร์ลิ้งค์ ซอยรุ่งเรือง ถนนรัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก
    เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

    โทรศัพท์: 02-693-1122 EXT.281
    แฟกซ์: 02-693-1398
    E-mail: [email protected]