เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เพื่อพัฒนาประสบการณ์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้กับผู้ใช้ ท่านตกลงใช้คุกกี้เพื่อใช้งานเว็บไซต์นี้ต่อไปอ่านนโยบายการใช้งาน
เมื่อแนวโน้มเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังจะเป็นช่องทางหลักสำหรับการทำงาน ความท้าทายของธุรกิจคือ การเข้าใจในการใช้ดิจิทัลที่เหมาะกับสินค้าและบริการขององค์กร และสามารถเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากขึ้น จึงเป็นโจทย์สำคัญที่หลายองค์กรต้องปรับตัวให้ทัน และเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน ทั้งนี้เพราะ Digital Transformation ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในองค์กร แต่เป็นการปฏิวัติองค์กรทุกส่วนให้เป็นดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรบุคคล วัฒนธรรมองค์กร ตลอดจนถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน สำหรับธุรกิจทั้งภาครัฐ และเอกชน การก้าวสู่ Digital Transformation ควรประกอบไปด้วย 4 สิ่งที่สำคัญ ได้แก่
1. ในอนาคตงานด้านเทคโนโลยีในองค์กรจะเปลี่ยนผ่านจากการรวมศูนย์งานระบบไอที ที่ช่วยสนับสนุนงานภาคธุรกิจอื่น ๆ มาเป็นเหมือนผู้ช่วยสั่งการ อาจถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจไอทีสามารถให้คำปรึกษาและคำแนะนำกับทุกคนในองค์กรในการวางยุทธศาสตร์การลงทุน สามารถประเมินตลาด นำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ มาปรับใช้เพื่อช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ
2.องค์กรต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้มีความยืดหยุ่น โดยยังคงไว้ซึ่งคุณภาพ ความปลอดภัย ระบบการควบคุมที่รัดกุม และตอบสนองความต้องการขององค์กร พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ
3. เชื่อมโยงระบบโครงสร้างองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว โดยโครงสร้างไอทีรูปแบบใหม่ต้องมีความสามารถในการเชื่อมโยง Endpoint ไว้ที่เดียวกัน โดยที่ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้จากที่ใด เมื่อไหร่ ผ่านรูปแบบหรืออุปกรณ์สื่อสารใดก็ได้ในระบบเรียลไทม์
4. องค์กรจำเป็นต้องอาศัยคนที่มีทักษะที่ผสมผสานทั้งด้านดิจิทัล (Digital Skill) และมีความรู้ในการบริหารจัดการธุรกิจ รวมทั้งมีความสามารถวิเคราะห์ ประเมินผลกระทบก่อนตัดสินใจทางธุรกิจได้
ดังนั้นเทรนด์ Digital Transformation จึงมีความสำคัญต่อธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง และด้วยจุดแข็งทางธุรกิจ “เจ้าถนนไฟเบอร์ออฟติก” ของ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL จึงพร้อมร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนการขับเคลื่อนในธุรกิจ Digital Transformation โดยเน้นให้บริการตามความต้องการของผู้ใช้บริการ (Customization) และปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการที่คล่องตัวที่สุด ตอบสนองทุกธุรกิจของลูกค้า ด้วยโครงข่าย Interlink Fiber Optic ที่มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพสูงสุดของบริษัทฯ ซึ่งเป็นโครงข่ายที่ผสมผสานระหว่างโครงข่ายหลักตามเส้นทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งเส้นทางหลัก เส้นทางสำรอง และเส้นทางย่อย ตามเส้นทางถนนผ่านเสาไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อเข้าถึงลูกค้า ทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลด้วยโครงข่ายของบริษัทฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพ สามารถให้บริการครอบคลุม การให้บริการโครงข่ายวงจรสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง (Data Service) ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในธุรกิจทุกรูปแบบ โดยสามารถให้บริการด้วยมาตรฐานและคุณภาพบริการ SLA ที่ระดับ 99.99 % และมี การให้บริการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคม (Installation ) เป็นการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้บริการด้านการให้คำปรึกษา ออกแบบ และดำเนินการติดตั้งโครงข่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบสื่อสารความเร็วสูงทั่วประเทศ ทั้งนี้บริษัทฯ ยังให้บริการหลังการขายด้วยการรับประกันคุณภาพของผลงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้บริษัทฯ ได้มี การให้บริการพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) เพื่อนำเอาประโยชน์ของการมีโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั่วประเทศมาเป็นจุดขายซึ่งครอบคลุมการให้บริการเช่าพื้นที่ว่างเซิร์ฟเวอร์ พื้นที่เซิร์ฟเวอร์เสมือน และศูนย์สำรองข้อมูลฉุกเฉิน (Disaster Recovery) แก่องค์กรต่างๆ
การทำ Digital Transformation ไม่ใช่แค่เรื่องของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการเปลี่ยนแปลงแนวความคิด และนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจ ตั้งแต่การวางรากฐาน ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจและส่งต่อคุณค่าให้แก่ลูกค้า ในปี 2023 ไม่เพียงแต่ภาคการปฏิบัติการที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งเหล่านี้รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรม และบุคลากรทุกภาคส่วน เพราะ Digital Transformation ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ทุกหน่วยงาน องค์กร หรือธุรกิจสามารถเริ่มได้ด้วยการวางแผน และปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)หรือ ITEL ได้ที่ info@interlinktelecom.co.th
บทความโดย ณัฐนัย อนันตรัมพร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)
02 Oct 2026
28 Aug 2026
28 Aug 2026
09 Jul 2026
12 Jan 2026
22 Sep 2025
18 Sep 2025
21 Jan 2025